มองโกเลีย!!!

posted on 12 Sep 2011 22:35 by loolypink
Coolมองโลเจ้าค่ะ...Wink
มองโกเลียดินแดนแห่งตำนานทะเลทรายโกบี ของชนเผ่านักรบบนหลังม้าอันยิ่งใหญ่ หรือ ดินแดนแห่งอดีตจักรพรรดิ์ เจงกิสข่าน นักรบบนหลังม้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ครอบครองดินแดนครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างใหญ่สุดขอบฟ้า 1,260 กิโลเมตร จากเหนือจรดใต้ 2,400 กิโลเมตร จากตะวันออกจรดตะวันตก ในเขตทุ่งหญ้าและทะเลทรายบนเขตที่ราบสูงกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป 




      ดินแดนแห่งนี้ เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของชนเผ่าเร่ร่อน ผู้ดำรงชีพบนพื้นฐานของการเลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตขนานแท้ของชนเผ่ามองโกเลีย ด้วยประสบการณ์ การอยู่อาศัยนอนในกระโจมแบบดั้งเดิมขนานแท้ ของชนเผ่ามองโกเลีย 

      เยือนเมืองหลวงแห่งมองโกเลีย…อุลันบาตอร์ เมืองที่รูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คน ได้รับอิทธิพลจากสองประเทศมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ คือ รัสเซีย และจีน 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 




     จตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) ศูนย์กลางของประเทศมองโกเลีย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์สถานของรูปปั้น ซัคบาทาร์ ผู้ประกาศอิสรภาพแก่มองโกเลีย ในปี 1921




     อนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ไซซาน (Zaisan Memory Hill) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง เป็นจุมชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองอุลันบาตอร์ได้ทั้งเมือง






     เทอเรลจ์ (Terelj) และ กันจีนซัม (GunJiin Sum) อุทยานแห่งชาติที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง ชมหินเต่า และหินที่มีรูปร่างแปลกตา




     พระราชวังฤดูหนาวและฤดูร้อนของข่านโบกด์ (Winter Palace of Bogd Khaan) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ


     เทศกาลนาดัม ซึ่งเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยจะมีการเฉลิมฉลองใหญ่โตและรื่นรมย์ที่สุดในรอบปี ของชาวมองโกเลียเทศกาลนาดัมเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรคุนนู

     โดยในอดีตตั้งใจให้เป็นการแข่งขันประลองฝีมือเพื่อทดสอบทักษะในด้านต่าง ๆ ของนักรบเผ่าต่างๆ ของชาวมองโกเลีย เทศกาลนาดัมจะประกอบไปด้วย การแข่งขันกีฬาของผู้ชาย 3 ประเภท คือ การแข่งขันงัดข้อ การแข่งม้า และการแข่งขันยิงธนู 




     วันนี้เป็นวันแรกของเทศกาล ซึ่งเราจะร่วมชมพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ ที่สนามกีฬากลาง และชมการแข่งขันงัดข้อในปฐมรอบ ส่วนที่น่าสนใจเป็นพิเศษจะเป็นช่วงพิธีการเดินพาเหรด ซึ่งจะมีการนำธงสีขาวของเจงคิสข่าน 9 ผืน มาใช้แห่ในขบวนพาเหรดช่วงทำพิธีการเปิดเทศกาลนาดัมอันสำคัญนี้เท่านั้น ขบวนพาเหรดจะเริ่มต้นจากรัฐสภา มาจนถึงสนามกีฬากลาง 






     วัดกานดาน (Gandan Monastery) เป็นวัดที่ใหญ่และมีความสำคัญมากของเมืองอุลันบาตอร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในประเทศมองโกเลีย 


     เอลเซน ทาซาร์ไค (Elsen Tasarkhai) ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บายันโกบี (Bayangobi) ที่นี่ท่านจะเห็นคลื่นเนินทะเลทราย ที่เป็นริ้วสวยงาม 

     เมืองคาราโครัม (Kharakhorum) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ในยุคโบราณ 

     วัดเออร์ดีนซู (Erdene Zuu Monastery) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในตำนาน ตั้งแต่ ค.ศ.ที่ 15 สภาพโดยรอบวัดจะเห็นซากปรักหักพัง ของสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น พระราชวัง ตุเมนอมาลกัน ซึ่งเป็นของข่านโอกูเดย 

     อุทยานแห่งชาติคุสเตน หรือ คุสเตนนูรูรู ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่า เก้ง กวางเรนเดียร์แบบทะเลทราย แมวป่า โดยเฉพาะม้าป่าพันธ์ท้องถิ่นที่ชื่อว่า ทาคิ (Takhi) หรือ พริเซวอลสกี้ (Przewalsky) ม้าพันธุ์นี้เป็นสัตว์ที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ควบคู่กับความสำเร็จของประเทศมองโกเลีย ในการดำรงชีวิตอยู่ในป่ากว้างได้อย่างแข็งแกร่งและอดทน 

ตอบคำถาม

posted on 22 Aug 2011 22:59 by loolypink
1.ตอบ = มัลติมีเดีย คือการนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของผู้รับข้อมูล มัลติมีเดียมีความเกี่ยวข้องกับการนำเสนอ คือ มัลติมีเดียมีส่วนช่วยให้การนำเสนอข้อมูลมีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้สามารถทำสื่อได้ง่ายขึ้น และสามารถนำเสนอในสิ่งที่ถูกต้อง และมีความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่า

2.ตอบ = เพราะ สามารถนำเสนอความคิด จินตนาการ อารมณ์ ข้อมูล และ จุดประสงค์ ออกมาได้อย่างครบถ้วนและตรงตามเป้าหมายที่ผู้จัดทำต้องการจะนำเสนอ

3.ตอบ = สามารถเสนอข้อมูลไดในหลายรูปแบบ เช่น ตัวอักษร รูปภาพ ภาพยนตร์ วีดีโอคลิป และมีเสียงประกอบได้

4.ตอบ = การเชื่อมโยงภาพใน จะเป็นการเชื่อมโยงเนื้อหาข้อมูลต่างๆในเฉพาะโปรแกรม PowerPoint เท่านั้นแต่การเชื่อมโยงเนื้อหาภายนอก จะเป็นการเชื่อมโยงจากแหล่งข้อมูลนอกโปรแกรม PowerPointเช่น Internet เป็นต้น

5.ตอบ = สื่อบาร์โค้ด ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังไฟล์ภาพ หรือ VDO เพื่อสื่อข้อมูลโดยการนำกล้องเว็บแคมไปจ่อตรงบาร์โค้ดก็จะแสดงภาพ หรือ VDO ออกมา , โทรทัศน์ , วิทยุ , โทรศัพท์ , โปรเจคเตอร์ , มอนิเตอร์ เป็นต้น

6.ตอบ =  เว็บไซต์ เพราะ  สามารถนำเสนอข้อมูลได้ครอบครุมทั่วโลก แล้วนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ ปรับแต่งแก้ไขได้ง่าย สะดวกในการสืบค้น ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

7.ตอบ = กาตกแต่ง น้สามารถทำได้โดยการเลือกที่แม่แบบ โดยเริ่มจากคลิกขวาบริเวณที่ว่าง แล้วเลือกอออกเเบบภาพนิ่ง จะมีแม่แบบขึ้นมาให้เราเลือกมากมาย

8.ตอบ = คลิกขวาที่กล่องข้อความ จากนั้นคลิกเลือกที่การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง

9.ตอบ =  1. Adobe Reader , 2. NotePad , 3. Microsoft Powerpoint

10.ตอบ = สามารถทำได้โดยการนำเสนอในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวอักษร เช่น รูป เสียง วีดีโอ หรือโดยการใช้โปรแกรมอื่นร่วม

11.ตอบ = เครื่องพิมพ์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับโปรแกรม Microsoft  PowerPoint เพราะโปรแกรมนี้สามารถนำเสนอข้อมูลผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ รือจออื่นๆได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องพิมพ์ข้อมูลออกมาเพื่อนำเสนอก็ได้

12.ตอบ = 1.คลิกเลือกแถบเมนู เลือกรูปภาพ โดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล
              2.เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฎขึ้น เลือกรูปจากที่ๆบันทึกรูปเอาไว้
              3.คลิกแทรกรูปภาพ 

        แทรกภาพยนตร์ และ เสียงโดย
              1.คลิกแทรกที่แถบมุม
              2.เลือกภาพยนตร์ และเสียง
              3. เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม
13.ตอบ = เข้าใจได้ง่ายกว่าและเห็นชัดเจน

14.ตอบ =ฮาร์ดแวร์ - โปรเจคเตอร์ หรือ จอมอนิเตอร์ คอมพิวเตอร์ ลำโพง ไมโครโฟน ซอร์ฟแวร์ – Adobe Reader , Microsoft PowerPoint หรือโปรแกรมนำเสนอ ข้อมูลอื่นๆ

15.ตอบ = มัลติมีเดียเว็บไซต์

ภาษา COBOL

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษา COBOL

ภาษาโคบอล จัดเป็นภาษาระดับสูง(High - Level Language) ซึ่งคำว่า COBOL ย่อมาจากคำว่า
"Common Business Oriented Language" ซึ่งภาษาโคบอล เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้
งานด้านการประมวลผลในทางธุรกิจโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ
มากที่สุด ซึ่ง Source Program สามารถในไปใช้เป็นเอกสารประกอบโปรแกรมได้ เพราะมี
ความละเอียดพอที่จะอ่านโปรแกรมได้อย่างเข้าใจ ภาษาโคบอลเป็นภาษาที่ไมเหมาะสำหรับ
ผู้ที่เริ่มศึกษาคอมพิวเตอร์ศาสตร์เนื่องจากเป็นภาษาที่ค่อนข้างจะยาก และมีกฏเกณฑ์ต่าง ๆ
ที่ยุงยากอยู่มิใช้น้อย ผู้ที่ต้องการจะศึกษาการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอล ควรจะมีความรู้
ในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลเป็นอย่างดี และจะต้องศึกษาหรือมีความรู้พื้นฐานทางด้าน
คอมพิวเตอร์ศาสตร์อยู่มากพอสมควร
 

ประวัติภาษาโคบอล 

ภาษาโคบอลได้ถือกำเนิด ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1959 โดยได้มีการร่วมมือกันจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งให้ชื่อว่า CODASYL : Conference On DAta SYstems Languages ซึ่งมีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชนกลุ่มผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น ซึ่งได้ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาใช้กัน และให้เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูลทางด้านธุรกิจ ซึ่งได้ทำงานสรุปเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1960 และให้ชื่อภาษาที่ได้สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า "COBOL-60" และต่อมาภายหลังก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาภาษาโคบอลให้ทันต่อยุคต่อ เหตุการณ์ ซึ่งมีการแก้ไขปรับปรุงขึ้นในปี ค.ศ. 1961 ซึ่งเรียกว่า "COBOL-61" ต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นอีกเล็กน้อย ในปี ค.ศ. 1963 และต่อมาในปี ค.ศ. 1965 และต่อมาในปี ค.ศ. 1968 ภาษาโคบอลได้ถูกยกระดับไห้เป็นภาษามาตราฐาน โดยสถาบัน The American National Standards Institute : ANSI โดยกำหนดภาษาโคบอลที่มีใช้กันอยู่ในขณะนั้นให้เป็นมาตราฐานเป็นอย่างเดียว กัน โดยแยกออกเป็นหลายระดับ และให้ยึดถือ COBOL-65 เป็นหลัก การใช้ภาษาโคบอลได้รับความนิยมแพร่หลายขึ้นในปี ค.ศ. 1970 เนื่องจากภาษาโคบอลได้มีการกำหนดความเป็นมาตราฐานขึ้น และได้มีการพัฒนาภาษาไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัว Compiler ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอลเราจะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้

 

1. สัญลักษณ์ ที่ใช้ในภาษาโคบอล

 2. ประเภทของคำ
 

3. ตัวแปร และ ค่าคงที่

4. แบบฟอร์ม สำหรับการเขียนโปรแกรม COBOL (COBOL CODING FORM)

5. การใช้เครื่องหมายวรรคตอน

 ส่วนประกอบของโปรแกรม ภาษาโคบอล สัญลักษณ์ ที่ใช้ในภาษาโคบอล

1. ส่วนประกอบของโปรแกรม COBOL 

IDENTIFICATION DIVISION

  • ชื่อโปรแกรม
  • ชื่อผู้เขียนโปรแกรม
  • วันที่เขียนโปรแกรม

ENVIRONMENT DIVISION

  • รายละเอียดของตัวเครื่อง(CONFIGURATION SECTION)
  • รายละเอียดสิ่งที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล(INPUT/OUTPUT SECTION)

DATA DIVISION

  • รายละเอียดของแฟ้มข้อมูล(FILE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลอื่น ๆ(WORKING-STORAGE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลที่รับมาจากโปรแกรมอื่น ๆ(LINKAGE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลที่ให้แสดงบนจอภาพ

PROCEDURE DIVISION

  • PARAGRAPH 1
  • PARAGRAPH 2
  • PARAGRAPH 3-------[STATEMENT I;I' = 1(N)1
 

ไดอะแกรมแสดง โครงสร้างโปรแกรมภาษาโคบอล จากไดอะแกรม ที่แสดงโครงสร้างของโปรแกรมภาษาโคบอลจะเห็นว่า ได้แบ่งตัวโปรแกรมออกเป็น 4 ส่วน ในแต่ละส่วนเราเรียกว่า Division
ในแต่ละ Division มีชื่อดังต่อไปนี้

  • IDENTIFICATION DIVISION.
  • ENVIRONMENT DIVISION.
  • DATA DIVISION.
  • PROCEDURE DIVISION.

IDENTIFICATION DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรม ชื่อของผู้เขียนโปรแกรม วันที่เริ่มเขียนโปรแกรม วันที่แปลโปรแกรม(Compiler) และที่สำคัญบอกว่าโปรแกรมนี้ชื่ออะไร

ENVIRONMENT DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรมเกี่ยวกับตัวเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือสั่งให้โปรแกรมทำงาน และบอกให้ทราบชนิดของ Input/Output Devision ที่จะนำมาใช้กับโปรแกรมนี้

DATA DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดลักษณะของข้อมูลทุก ๆ ตัวที่นำมาเกี่ยวข้องกันกับโปรแกรมนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็ฯ Input หรือ Output หรือผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผล หรือผลลัพธ์จากการทำงานของโปรแกรมนี้ โดยจะแสดงโครงสร้างของข้อมูลอย่างละเอียด

PROCEDURE DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ลำดับขั้นตอนของการทำงาน หรือของการประมวลผลข้อมูลโดยโปรแกรมชุดนี้ และใน Division นี้เราจะเขียนขึ้นตามผังโปรแกรมที่เราได้เขียนขึ้นในขั้นตอนแรกก่อนลงมือ เขียนโปรแกรมนี้ ภายใน Division นี้จะแตกต่างไปจาก 3 Division แรกที่ได้กล่าวมา โดยจะมีการคำนาณ หรือมีคำสั่งต่าง ๆ ที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัทธ์ออกมาตามที่เราต้องการ

นอกจากภาษาโคบอลได้ถูก จัดแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ (Division) แล้ว ภายในแต่ละ Division ยังถูกแบ่งออกเป็น Section ย่อย ๆ ได้อีก เช่น ภายใน Environment Division จะต้องมีอย่างน้อย 2 Section คือ Configuration Section และ Input-Output Section และภายใน Data Division จะมี File Section และ Working-Storage Section ส่วนภายใน Procedure Division จะมี Section เท่าไหร่ก็ได้ หรือภายในส่วนของ Identification Division ไม่มี Section อยู่เลย

นอกจากนี้ภายในแต่ละ Section จะมี Paragraph แตกย่อยลงไปอีก ซึ่ง Paragraph เป็นส่วนประกอบภายใน Section ในทุก Section และภายใน Section จะต้องมี Paragraph อย่างน้อย 1 Paragraph แต่ถ้าหากว่าภายใน Division ใดไม่ได้แบ่งส่วนประกอบออกเป็น Section ให้ถือว่า Paragraph นั้นเป็นส่วนประกอบโดยตรงของภายใน Division นั้น

Sentence เป็นรูปของประโยคภายในของถาษาโคบอล ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับประโยคภายในภาษาอังกฤษ ซึ่งภายในประโยค หรือ Sentence นี้ต้องมีคำกริยา (verb) อย่างน้อย 1 คำ Sentence ภายในภาษาโคบอลนั้นจะต้องจบลงด้วย"."(Period)

Statement คือกลุ่มของตัวเลข กลุ่มของตัวอักษร และรวมถึงสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ ซึ่งนำมาประกอบกันให้ได้ความหมายเป็นคำสั่งตามรูปแบบเงื่อนไขที่ภาษากำหนด ขึ้นให้ใช้(Reserved Words) โดยอาจจะมีการผสมอักระกันเป็น 1 Statement แล้วนำมาผูกกันเป็นกลุ่มของคำสั่ง เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

Clause คือกลุ่มของ Characters (อักขระ) และ Words เพื่อใช้สำหรับอธิบายถึง Entry ภายในโปรแกรมนั้น ๆ

Word คือกลุ่มของ Characters ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 1 ตัวอักขระขึ้นไป ซึ่งโครงสร้างของ Word ได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น

Character ตัวอักขระ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในโปรแกรมภาษาทางคอมพิวเตอร์ ดูรายละเอียดภายในหัวข้อเรื่อง สัญลักษณ์ในภาษา COBOL

2. สัญลักษณ์ในภาษา COBOL (มี 51 ตัว) 

Character (อักขระ) หมายถึง ตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์รับได้ในรูปของ ASCII CODE หรือ เลขฐาน 16 (แล้วแต่ระบบการเก็บข้อมูล ภายในหน่วยความจำของแต่ละเครื่องฯ) ซึ่งใช้ประกอบขึ้นเป็นคำ (Word) ในการเขียนเป็นภาษาโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย

  • ชุดอักษร(Alphabetic) "A...Z"
  • ชุดตัวเลข(Numeric) "0..9"
  • ชุดสัญลักษณ์พิเศษ(Special Character){+ - * / . ** $ * > < = ( ) " ' ; _ }

2.1 ชุดอักษร(Alphabetic) "A...Z" ใช้ในการสร้าง (Word) เพื่อตั้งชื่อให้กับตัวแปร(Variable Name Identifier) และตั้งชื่อให้กับแฟ้มข้อมูล (Identification ,Program Name, Program ID) ในโปรแกรมภาษาโคบอล โดยจะตั้งชื่อให้ซ้ำกับ Reserved Words ไม่ได้ และจะตั้งชื่อตัวแปรเกิน 30 ตัวอักษรไม่ได้ และ ตั้งชื่อของแฟ้มข้อมูลทุกประเภทที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอล เกิน 8 ตัวอักษรไม่ได้ และในการติดตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล หรือตั้งชื่อให้กับตัวแปร อาจจะมีตัวอักขระปะปนตัวเลขก็ได้ แต่จะใช้ตัวอักขระพิเศษมาผสมด้วยไม่ได้ จะอนุโลมให้ใช้ "_"(Hyphen) ได้เฉพาะในภาษาโคบอลเพียงเท่านั้น และในการตั้งชื่อให้กับตัวแปร หรือ ชื่อแฟ้มข้อมูลจะขึ้นต้น หรือนำหน้าด้วยตัวเลข หรือ Hyphen ไม่ได้
2.2 ชุดตัวเลข (Numeric)"0..9" ใช้ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปร เพื่อนำไปทำการคำนวณหาค่าต่าง ๆ ที่เป็นผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ หรือ อาจจะใช้ผสมกับกลุ่มตัวอักษรให้กับตัวแปร หรือใช้ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล
2.3 ชุดสัญลักษณ์พิเศษ (Special Character) ชุดสัญลักษณ์พิเศษ เราสามารถแบ่งออกได้ตามหน้าที่ดังนี้
ใช้ในการคำนวณ เราเรียกว่า Arithmetic Operator

+(บวก)

/ (หาร)

-(ลบ)

** (ยกกำลัง)

* (คูณ)

( ) (เครื่องหมายวงเล็บ)

ใช้ในการเปรียบเทียบ ในเชิงคณิตศาสตร์ Relation operator

> มากกว่า

or IS GREATER THAN

< น้อยกว่า

or IS LESS THAN

= เท่ากับ

or IS EQUAL

ใช้ในการกำกับ การเว้นวรรคตอน Punctuation Operator

{ - , . " : ; () }

ใช้ในการกำหนดรูปแบบของการพิมพ์ (Print Format)

B (Blank Or Space) V

V (Period for format Decimal)

Z

,

$

B

+

CR

-

DB

0

.

*

Space

3. ประเภทของคำ (Types Of Words)

คำ เกิอขึ้นจากการผสมระหว่างตัวอักษร กับตัวเลข หรือจะเป็นตัวอักษรล้วน ๆ ก็ได้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ของภาษานั้น ๆ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภท ใหญ่ ๆ ดังนี้

  • 3.1 คำสงวน (Reserved Word) คำสงวนไว้ใช้ในกรณี ๆ ไปโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำคำสงวนไปใช้ในหน้าที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่หรือ ไม่ได้กำหนดไว้ โดยคำสงวนจะมีความหมายในตัวของมันเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    • Key word คือคำที่เราต้องเขียนเสมอ หรือ เป็นคำที่ตัว Compiler Cobol รู้จัก ได้แก่ Read , Into, End
    • Option Word จะใช้ หรือ ไม่ใช้ก็ได้ เขียนแทนด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ แต่ไม่มีขีดเส้นใต้กำกับไว้ มีไว้เพื่อขยายประโยคให้สมบูรณ์ เช่น Record, At
    • Connective Word เพื่อขยายใจความประโยคหรือเชื่อมโยงคำ เช่น Of ,In
  • 3.2 คำที่ไม่ใช่คำสงวน หมายถึงคำอื่น ๆ ซึ่งผู้เขียนโปรแกรม ตั้งชื่อขึ้นเองตามกฏเกณฑ์การตั้งชื่อ ในภาษาโคบอลห้ามตั้งชื่อตรงกับคำสงวนหรือซ้ำคำสงวน
    • Data Name ใช้อ้างอิงถึงข้อมูล หรือตัวแปร
    • Condition Name ชื่อข้อมูลที่ใช้ในการสร้างเงื่อนไขขึ้นเพื่อเลือกตัดสินใจในการทำงาน และเพื่อทดสอบโปรแกรม
    • Paragraph Name หมายถึง ชื่อหัวข้อของชุดคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในส่วนต่าง ๆของโปรแกรม
  • 3.3 Special Name ชื่อพิเศษต้องอยู่ในพารากราฟทึ่ชื่อ Special Names ซึ่งอยู่ภายใน Environment Division ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะเป็นผู้ตั้งขึ้นเองเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียน โปรแกรมให้สั้น และรัดกุม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ตัวแปร(Variable) และ ค่าคงที่ (Literal)

  • 4.1 ตัวแปร หมายถึง ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อยู่ตลอดเวลาในโปรแกรม
    • ตัวแปรชนิดตัวเลข (Numeric variable) ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 - 9 สามารถนำไปคำนวณได้
    • ตัวแปรชนิดอักขระ (Alphabetic variable) ประกอบไปด้วยตัวอักษร A..Z และ Blank Or Space และ Hyphen (-)
    • ตัวแปรชนิดที่เป็นทั้งตัวเลขและตัวอักขระ (Alphabumeric variable)ได้แก่ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์พิเศษ
  • 4.2 ค่าคงที่ (Literal)

ค่าคงที่เป็นตัวเลข(Numeric Literal) ประกอบด้วยตัวเลข 0-9

แบบฟอร์ม ของกระดาษเขียนโปรแกรม

ในการเขียนโปรแกรมด้วย ภาษาใด ๆ ก็ตาม จำเป็นต้องเขียนลงในกระดาษ ตามแบบฟอร์มซึ่งแต่ละภาษากำหนดเอาไว้ ภาษาโคบอล ก็เช่นกัน เราต้องเขียนโปรแกรมลงในกระดาษสำหรับเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ กระดาษพิเศษที่ใช้เขียนโปรแกรมภาษาโคบอลนี้เรียกว่า Cobol Coding Form รูปแบบนี้ เหมือนรูปแบบมาตราฐานของบัตร 80 คอลัมน์ คือ ในกระดาษหนึ่งบรรทัดแบ่งออกเป็น 80 คอลัมน์ เช่นเดียวกันและกระดาษเขียนโปรแกรมหนึ่งแผ่น จะมีประมาณ 20 บรรทัด อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เรามักจะส่งโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทางจอภาพ มากกว่า รายละเอียดของหัวกระดาษตอนบน

1. System ให้ใส่รายละเอียดของระบบที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หรืออาจจะเป็นชื่อระบบก็ได้

2. Program ให้ใส่ชื่อโปรแกรม หรืออาจจะเป็นชื่อของโปรแกรมย่อยก็ได้

3. Programmer ใส่ชื่อโปรแกรมเมอร์หรือชื่อของผู้เขียนโปรแกรม

4. Date ใส่วัน เดือน ปี ที่เขียนโปรแกรม

5. Page of ให้ใส่ตัวเลขบอกจำนวนหน้า จำนวนตัวเลขหลัง OF หมายถึงจำนวน Coding Sheet ทั้งหมดที่ใช้เขียนโปรแกรมนี้ และตัวเลขหลัง Page หมายถึง เลขบอกหน้าของ Coding Sheet

การใช้เครื่องหมายวรรคตอน(Punctuation) 

จุดประสงค์ ของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อบอกให้ Compiler ทราบว่าจบประโยคเมื่อไหร่ จบคำเมื่อไหร่ และช่วยในการอ่านโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

edit @ 15 Aug 2011 19:36:24 by Usernoname